Monday, August 15, 2011

บทกวีเกี่ยวกับประชาธิปไตย

 
       มาจะกล่าวบทไป                     ถึงเรื่องราวประชาธิปไตยในอดีต
ผ่านมาแล้วหลายปีมานอกรีต             กลับเป็นมีดไร้คมแต่ในฝัก
เพราะระบอบเก่าแก่มาฟูมฟัก            เข้าสลับครอบงำเป็นพัก ๆ
คอยยึกยักช่วงชิงชาวประชา             เอือมระอายุคเก่าเข้าครอบครอง
       มาถึงยุคนี้คนพลีชีพ                 เพื่อประทีปส่องแสงด้วยแรงกล้า
ก้าวเข้าไปมวลชนคนศรัทธา             ถวิลหาเสรีภาพอันเรืองรอง
สิ่งดีงามนั้นขอกันยากยิ่ง                  เหมือนเพชรนิลจินดาไม่เป็นสอง
จาระไนด้วยฝีมือมวลประชา             สู้อุตส่าห์ดั้นด้นค้นความจริง
      มองเห็นว่าการเมืองเรื่องมันยุ่ง    เพราะคนมุ่งช่วงชิงในอำนาจ
ผลประโยชน์ยอดยิ่งชิงฟันฟาด         ใช้โคลนสาดใส่ความอย่างมหันต์
เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่โดยฝ่าฟัน  เป็นเกมส์กันโกงกินมุ่งกีดกัน
จึงห้ำหั่นโหดหินอย่างโหดเหี้ยม        กลายเป็นเสี้ยมตำใจทั่วอาณา
      เราคนไทยทุกคนล้วนพี่น้อง       แตกเป็นสองมองว่าดีหรือไฉน
ฤาเป็นกฎธรรมชาติได้ตราไว้            ให้จำใจต้องขมขื่นทุกชั้นชน
เราร่วมใจรวมจิตสมัครสมาน             รู้จักทานเสียสละไม่สับสน
โลกทั่วไปเขากล่าวด้วยคำคน           ทรชนถูกปราบราบคาบไป           
      มาร่วมสร้างถนนแห่งระบอบ       ที่กอร์ปด้วยศักดิ์ศรีเสรียิ่ง
เลิกชนชั้นแบ่งแยกไม่ประวิง            ด้วยทุกสิ่งสมมติที่อ้างอิง
เมื่อต่างคนเกิดมามีคุณค่า                ทั่วพาราปรารถนาเพื่อพิ่งพิง
ความก้าวหน้าทุกคนได้ทุกสิ่ง           เป็นความจริงทั่วไปไม่สงกา
      ประชาธิปไตยจักสมปองต้องต่อสุ้ มิได้อยู่เฉยเฉยได้โดยง่าย
มีแต่ใช้พลังสมองและศรัทธา            อุดมคติแรงกล้าเหมือนไวกิ้ง
แม้นลมเหนือพัดแรงประทะมา           ไม่ย่อท้ออ่อนระอาพลังสิงห์
สร้างผู้นำรู้หลักอย่างแท้จริง              ไม่ทอดทิ้งร่วมสร้างสังคมดี      

No comments:

Post a Comment